หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Hunter X Hunter



Hunter X Hunter


ฮันเตอร์ × ฮันเตอร์ (ญี่ปุ่นハンター×ハンター Hantā Hantā ?) (อังกฤษHunter × Hunter - อ่านว่า ฮันเตอร์ ฮันเตอร์) เป็น การ์ตูนญี่ปุ่น ที่แต่งและวาดภาพประกอบโดย โยชิฮิโร โตกาชิ มุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของ กอร์น ฟรีคส์ เด็กชายอายุ 12 ปี ที่ออกผจญภัยเพื่อสืบหาพ่อ จิน ฟรีคส์ ซึ่งเป็นฮันเตอร์มืออาชีพ จินออกเดินทางเพื่อตามหาความฝันโดยทิ้งลูกชายไว้เบื้องหลัง ดังนั้นกอร์นจึงพยายามที่จะเดินตามรอยพ่อของเขาคือ เป็นฮันเตอร์ให้ได้ แรงบันดาลใจในการแต่งการ์ตูนเรื่องนี้มาจากงานอดิเรกในการเก็บสะสมสิ่งของของผู้แต่ง


ฮันเตอร์

ฮันเตอร์ในการ์ตูนเรื่องนี้หมายถึงกลุ่มคนที่สอบผ่านการคัดเลือกทางด้านร่างกายและจิตใจ โดยการสอบในแต่ละปีจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆขึ้นอยู่กับทางกรรมการผู้คุมสอบ เมื่อสอบผ่านแล้วจะมีการมอบการ์ดฮันเตอร์ เพื่อแสดงตัวว่าเป็นฮันเตอร์ที่แท้จริง สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้เป็นบัตรผ่านสำหรับเข้าประเทศหรือสถานที่ ที่ห้ามคนทั่วไปเข้า หรือแม้แต่ ใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงินเป็นจำนวนมากๆได้ และมีการจัดระดับตามความสามรถในการสร้างชื่อเสียงและช่วยเหลือสังคมได้
ฮันเตอร์แต่ละคนจะมีลักษณะนิสัย และหน้าที่การงานต่างกัน โดยมีตั้งแต่ ฮันเตอร์นักอนุรักษ์ จนถึง ฮันเตอร์นักฆ่า โดยจัดความสามาถเป็นระดับดาว 1-4 และมีขั้นพิเศษเป็นผู้บริหารองค์กรฮันเตอร์
กฎ 10 ข้อสำหรับฮันเตอร์
1. ฮันเตอร์ต้องล่า หรือ ค้นหาบางสิ่งบางอย่าง
2. ฮันเตอร์ต้องใช้เน็นเป็น
3. ไม่ว่ากรณีใดๆ คนที่เป็นฮันเตอร์แล้วจะไม่ถูกเพิกถอนคุณสมบัติการเป็นฮันเตอร์ แต่ว่าบัตรฮันเตอร์จะไม่มีการออกให้ใหม่เป็นครั้งที่2
4. ฮันเตอร์ห้ามตามล่าฮันเตอร์ด้วยกันเอง ยกเว้นแต่ฮันเตอร์นั้นจะทำกระทำผิดขั้นรุนแรง
5. ฮันเตอร์ที่ค้นพบหรือมีผลงานเป็นที่ยอมรับจะถูกแต่งตั้งเป็นซิงเกิลฮันเตอร์
6. ฮันเตอร์ดาวเดียวจะถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง และถ้ามีลูกศิษย์ที่ได้รับดาวก็จะถูกแต่งตั้งเป็นดับเบิ้ลฮันเตอร์
7. ฮันเตอร์สองดาวที่มีผลงานยอดเยี่ยมหลายๆครั้งจะถูกแต่งตั้งเป็นทริปเปิ้ลฮันเตอร์
8. หากเหล่าฮันเตอร์ไม่ได้รับการสนับสนุนขั้นต่ำจากสมาคม สามารถรวบรวมรายชื่อเพื่อเพิกถอนประธานได้หากได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมาก
เมื่อตำแหน่งประธานว่างลง การเลือกตั้งประธานจะเกิดขึ้นทันทีโดยมีรองประธานรักษาการชั่วคราวแทนจนกว่าจะได้ตัวประธานคนใหม่
9. ประธานเป็นคำกำหนดวิธีการสอบคัดเลือกฮันเตอร์ และเพื่อยืนยันว่าเป็นวิธีที่เหมาะสม จะต้องได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมาก
10. เรื่องอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในนี้จะถูกกำหนดโดยประธาน รองประธาน และเหล่าที่ปรึกษา โดยประธานจะเป็นผู้แต่งตั้งรองประธานและที่ปรึกษาเอง

เนื้อเรื่อง

ฮันเตอร์ ชื่อเรียงของเหล่ามนุษย์ที่มีความสามารถพิเศษในการใช้อนุภาพของเน็นและเอ็น เทียบเคียงกับโลกความจริงนั้นสามารถแปลงความสามารถในความคิดให้กลายมาเป็นอำนาจจริงในรูปแบบนามธรรมและจิตใจ ความนึกคิดให้กลายเป็นของจริงขึ้นมาได้ โลกแห่งนี้มีสมาคมลับที่เรียกกันว่า ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ เพื่อปกครองเหล่า นักรบฮันเตอร์ และมอบหมายภารกิจในการกำจัดหัวโขมยและอาชญากรรมต่าง และจัดการคัดเลือกเหล่า ฮันเตอร์หน้าใหม่ทุกปี โดย กอร์น เด็กหนุ่ม 12 ขวบ อาศัยอยู่กับ น้าสาวชื่อ มิโตะ และคุณยาย อาศัยในเกาะปลาวาฬ ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ชาวประมงอาศัยอยู่กัน โดยกอร์น ได้รับรู้เพียงว่า พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ โดยการปิดบังของน้าและคุณยาย แต่ทว่าวันหนึ่งกอร์นได้เข้าไปในป่าและถูกหมีจิ้งจอกแม่ลูกอ่อนทำร้าย ขณะที่เข้าตาจนนั้น ฮันเตอร์ ไคท์ ได้เข้ามาช่วยชีวิตไว้ และไคท์ได้เล่าให้กอร์นฟังว่า พ่อของกอร์นนั้นยังไม่ตาย แต่กลับกัน พ่อของกอร์นยังเป็นฮันเตอร์ระดับ 3 ดาวชั้นแนวหน้า และก็เป็นอาจารย์ของเขาด้วย เมื่อกอร์นได้ฟังและรู้ว่าพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ เขาจึงตัดสินใจที่จะออกตามหาพ่อ โดยสิ่งแรกที่เขาตัดสินใจจะทำคือ ต้องเข้าสอบนฮันเตอร์ให้ได้

การสอบฮันเตอร์

เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เมื่อกอร์น ได้สมัครเข้าสอบฮันเตอร์ และร่วมผจญภัยกับผู้ที่มาเข้าสอบฮันเตอร์เช่นเดียวกันอีก 3 คนและกลายมาเป็นเพื่อนสนิทในภายหลัง คือ คิรัวร์ คุราปิก้า และ เลโอรีโอ เรื่องราวดำเนินจากการสมัครสอบฮันเตอร์ การเดินทางไปยังสนามสอบ การสอบในรอบต่างๆ และได้เจอกับศัตรูผู้มีนิสัยแปลกประหลาด เช่น ฮิโซกะ ในสนามสอบ
ในการสอบรอบสุดท้าย ทั้ง กอร์น คุราปิก้าและเลโอรีโอ สอบผ่าน ยกเว้นคิรัวร์ที่จงใจทำผิดกฎการสอบจึงสอบฮันเตอร์ไม่ผ่าน หลังจากนั้นทั้งสามคนจึงเดินทางไปพบคิรัวร์ที่บ้านเกิดบนยอดเขาคูรูรู ทำให้รู้ว่าคิรัวร์ มาจากครอบครัวนักฆ่าซึ่งฝึกสอนให้คิรัวร์เป็นเครื่องมือสังหาร ไม่มีมิตรสหาย แต่ด้วยความตั้งใจจริงและมิตรภาพของพวกเค้าทั้ง 4 คน ทำให้สามารถพาคิรัวร์ออกมาได้สำเร็จ

การฝึกที่หอคอยกลางหาว

คุราปิก้าได้แยกตัวเพื่อตามหาเบาะแส เนตรสีเพลิงดวงตาของคนในเผ่าคูลท์ที่ถูกกลุ่มโจรเงามายา สังหารแล้วชิงดวงตาไป ส่วนเลโอลีโอก็เตรียมตัวเข้าสอบเป็นหมอ คิรัวร์ถามกอร์นว่าเอาไงต่อไปกอร์นบอกว่าจะเอาป้ายไปคืนให้ฮิโซกะแต่กอร์นฝีมือยังไม่ถึงขนาดเอาป้ายไปคืนให้ฮิโซกะได้ คิรัวร์จึงแนะนำให้ไปเข้าประลองที่หอคอยกลางหาว เพื่อฝึกฝีมือขณะเดียวกันก็สะสมเงิน โดยการประลองในหอคอยนี้ ผู้ชนะจะเลื่อนขึ้นไปประลองในชั้นที่สูงกว่าและได้รับเงินรางวัลจากทางหอคอยซึ่งจัดการประลองให้คนดูได้ชมและเล่นพนัน
หลังจากที่กอร์นกับคิรัวร์ชนะจนเลื่อนขึ้นมาถึงชั้นที่ 200 ก็ได้มาเจอกับฮิโซกะอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งฮิโซกะได้ใช้วิชาเน็น จนทั้งคู่ไม่สามารถลงทะเบียนต่อสู้ในชั้นที่ 200 ได้ ทำให้ชายที่ชื่อ วิงก์ ที่กำลังสอนลูกศิษย์ชื่อ ซูชิ อยู่ ในหอคอยนี้ รับเป็นอาจารย์สอนพื้นฐานเน็น ให้กับกอร์นและคิรัวร์ ซึ่งเน็นของกอร์นเป็นสายเสริมพลัง ส่วนของคิรัวร์เป็นสายเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่ากอร์นจะแพ้ฮิโซกะตกรอบที่ชั้นนี้ แต่ทั้งคู่ก็พอใจและตัดสินใจออกจากหอคอย เพื่อเตรียมเข้าการประมูลเกมส์กรีดไอส์แลนด์ที่เมืองยอร์คชิน
ในช่วงที่ กอร์นและคิรัวร์ อยู่ที่หอคอยกลางหาวนั้น คุราปิก้า ได้ฝึกฝนเน็นในป่ากับอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเน็นของคุราปิก้าเป็นสายแปรสภาพ และได้สมัครเป็นบอดี้การ์ด ให้กับเศรษฐีตระกูลนอสตาร์ต เพื่อตามหาร่องรอยเนตรสีเพลิง

การประมูล และ กลุ่มโจรเงามายา

กอร์น คิรัวร์ คุราปิก้า และ เลโอรีโอ มาพบกันอีกครั้งที่เมืองยอร์คชิน โดย กอร์นและคิรัวร์ มีเป้าหมายที่จะมาประมูลเกมกรีดไอส์แลนด์ให้ได้ คุราปิก้ามาเป็นบอดี้การ์ดให้นีออน นอสตาร์ด ที่มาร่วมงานประมูลดวงตาของเพื่อนร่วมเผ่า ขณะเดียวกันโจรเงามายา วางแผนจะปล้นสินค้างานประมูลทั้งหมด แต่สามารถปล้นสินค้าไปได้เพียงส่วนหนึ่ง ทำให้ผู้จัดงานประมูลว่าจ้างนักฆ่าทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับโจรเงามายา โดยคุณปู่และคุณพ่อของคิรัวร์ได้เข้าร่วมในกลุ่มนักฆ่าด้วย
คุราปิก้าสามารถสังหารกลุ่มโจรเงามายาได้หนึ่งคน และสามารถจับตัวหัวหน้าโจรเงามายา คุโรโร่ ลูซิเฟอร์ ได้ แต่กอร์นและคิรัวร์ถูกจับตัวไป จึงเกิดข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกันกัน คุราปิก้าได้ใช้ความสามารถเน็นของตัวเองสะกดเน็นของคุโรโร่ และปาคุโนด้า ไว้ หลังการแลกเปลี่ยนคุโรโร่ปลอดภัย ส่วนปาคุโนด้าที่ฝ่าฝืนข้อตกลงถูกโซ่เน็นของคุราปิก้าทำให้เสียชีวิต สมาชิกในกองโจรเงามายาเลิกล้มการตามล่าคุราปิก้าชั่วขณะ เนื่องจากไม่ต้องการให้โซ่เน็นที่ปักอยู่ที่หัวใจของคุโรโร่รุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตของคุโรโร่ได้
ในส่วนของการประมูลนั้นก็ยังคงดำเนินต่อไป เกมกรีดไอส์แลนด์ได้ถูกประมูลโดยมหาเศรษฐี บัตเทลเลอร์ ไปทั้งหมด กอร์นและคิรัวร์จึงเปลี่ยนแผนการคือ ไปสมัครเป็นผู้เข้าร่วมเล่นเกมแทน เพราะกรีดไอส์แลนด์เป็นเกมส์ที่เล่นได้เฉพาะผู้ใช้เน็นเท่านั้น การคัดเลือกผู้ที่เข้าไปเล่นเกมส์จะให้ฮันเตอร์เทซเกเลอร์เป็นผู้คัดเลือกโดยการแสดงเน็นให้เค้ายอมรับ ทั้งสองคนจึงต้องทุ่มเทฝึกฝนฮัทสึอย่างเต็มที่

เกมกรีดไอส์แลนด์

เกมกรีดไอส์แลนด์ (GREED ISLAND) เป็นเกมที่จินและเพื่อนร่วมกันสร้าง โดยชื่อเกมมาจากชื่อคนสร้างทั้ง 11 คน เกมเป็นการดำเนินเรื่องตามการใช้งานบทเกม RPG และการรวมคนเพื่อเข้าสู่ อีเว้นต่างๆ โดยเกมถูกสร้างอยู่บนโลกจริง โดยมีทางเข้าออกทางเดียวคือ ใช้เครื่องเกม GREED ISLAND เข้าออกเท่านั้น หากบุกรุกสถานที่จริงโดยไม่ได้ผ่าน GREED ISLAND จะถูกกำจัดออกจากเกม
ภายใน GREED ISLAND ถูกสร้างจากเอ็นและเน็น ทั้งสิ่งมีชิวิต ของใช้ ผู้คนบ้างส่วน และมีการตั้งอีเว้นท์อยู่ในระบบของมันเอง ผู้เล่นจะได้รับสมุดเก็บสะสมการ์ด โดยการเปลี่ยนสิ่งของภายในเกมหรือสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นการ์ด สามารถใช้การ์ดคาถาได้ ผู้เล่นสามารถใช้เน็นต่อสู้กับสัตว์ประหลาดและผู้เล่นด้วยกันได้ ซึ่งทำให้ผู้เล่นบาดเจ็บและตายได้จริงๆ เกมจะเคลียร์ได้ต่อเมื่อมีผู้เล่นสามารถสะสมการ์ดพ็อคเก็ตจำกัดได้ครบ 100 ใบ และได้ขอของอะไรก็ได้ในเกมออกไปสู่โลกภายนอก 3 ชิ้น
คิรัวร์ กอร์นได้พบกับบิสเก็ต สาว(?)วัย57ปี ยอดฝีมือการใช้เน็นที่เป็นอาจารย์ของวิงก์อีกทีเพราะทนดูทั้งคู่สู้และหนีแบบไม่ได้เรื่องได้ราวไม่ไหว เนื่องจากความเก่งกาจของบิสเก็ตและการฝึกที่ทรหดโหดเข้าขั้น ทำให้ไม่นานกอร์นและคิรัวร์พัฒนาฝีมือได้อย่างก้าวกระโดด เพียงสามเดือนก็ปรับพื้นฐาน คิดท่าไม้ตายและฝึกสู้เสมือนจริงได้จนครบและแน่นพอจะลุยสู่กรีดไอร์แลนด์ของจริงได้ ทั้งสามได้เผชิญกับการล่าการ์ดระหว่างสองกลุ่มหลักคือกลุ่มของเทสเกลเลอร์และกลุ่มบอมเบอร์ พวกเขาเลือกเข้าฝ่ายเทสเกลเลอร์และร่วมมือกันชิงการ์ด"พื้นที่ชายทะเล" หนึ่งในการ์ดหายากที่กลุ่มบอมเบอร์ต้องการมาครอบครองได้สำเร็จด้วยการช่วยเหลือจากฮิโซกะ
จากนั้นกลุ่มเทสเกลเลอร์จึงตกลงถ่วงเวลาให้พวกกอร์นฝึกและพักรักษาตัวสามอาทิตย์เพื่อเตรียมตัวรับมือกับกลุ่มบอมเบอร์ที่จะเข้ามาชิงการ์ดอย่างหนัก เพราะกอร์นใช้ออร่าไปจนหมด และมือคิรัวร์พังยับเยิน ทั้งสามรู้ว่าเวลาแค่นี้ไม่อาจทำให้แผลหายได้ ดังนั้นกอร์นและบิสเก็ตจึงฝึกฝน และให้คิรัวร์พักผ่อนพร้อมคิดกลยุทธ์ไปด้วย จากนั้นเมื่อเวลาครบ กลุ่มเทสเกลเลอร์ถูกเล่นงานและถอนตัวจากเกม เหลือสมาชิกไว้คนหนึ่งคอยสนับสนุนพวกกอร์น
ด้วยกลยุทธ์ที่คิรัวร์คิด ทำให้ทั้งสามเอาชนะกลุ่มบอมเบอร์ลงได้อย่างราบคาบ และเพราะพวกเขาตกลงใช้การ์ด"ลมหายใจมหาเทพ"ช่วยรักษาทั้งที่เป็นศัตรูกัน กลุ่มบอมเบอร์จึงยอมพวกกอร์นทุกประการ ด้วยเหตุนี้ พวกกอร์นจึงสะสมการ์ดครบ99ใบ ตอบคำถามชิงการ์ดใบสุดท้ายได้อีก1ใบจึงครบถ้วนทั้ง100ใบ จึงเคลียร์เกมได้ และกอร์นได้เข้าไปพบ2ผู้สร้างเกม ลิสท์และดอว์น ดอว์นเล่าเรื่องจินให้กอร์นฟัง และมอบกล่องสมบัติใส่การ์ดที่ใช้ในโลกภายนอกให้ หลังจากผ่านงานเฉลิมฉลองการเคลียร์เกม กอร์นเลือกการ์ดมาสามใบ และออกจากเกมไปพร้อมกับคิรัวร์และบิสเก็ต
โดยของชิ้นแรก บิสเกตเลือกอัญมณีบลูมาเบิลออกไป และของอีกสองชิ้น กอร์นได้เลือกเวทมนตร์ในเกมที่จะสามารถตามตัวจินได้ เมื่อได้ใช้เวทมนตร์เพื่อตามหาจิน กลับกลายเป็นว่า กอร์นและคิรัวร์ได้บินไปหาไคท์แทน ซึ่งเป็นแผนของจินที่ตั้งไว้สมัยตอนสร้างเกม ว่าถ้ากอร์นใช้"แม็คเนติกฟอร์ซ"แสดงว่าเตรียมใจมาพอที่จะมาเจอพ่อด้วยตัวคนเดียว เขาจะให้พบ แต่ถ้ามาด้วย"แอ็คคอมปานี"ซึ่งเป็นการ์ดที่จะพาพวกพ้องตัวเองไปด้วย จินถือว่าไม่ผ่าน และตั้งโปรแกรมให้ไปพบไคท์แทน

คิเมร่าแอ๊นท์และราชาแห่งมด

คิเมร่าแอ๊นท์ (Chimera Ant) เป็นสัตว์ประหลาดคล้ายมด แต่มีลักษณะเด่นแบบคิเมร่า ซึ่งสามารถกินสิ่งมีชีวิตต่างๆและผสมออกมาเป็นสัตว์ผสมครึ่งมดและสัตว์อื่นๆที่กินเข้าไป โดยเมื่อนางพญาพอใจกับสัตว์ชนิดไหนจะกินไม่เหลือเผ่าพันธุ์เลยแม้แต่ตัวเดียว จนกระทั่ง นางพญาคิเมร่าแอ๊นท์ ได้อาละวาดมาจนถึงประเทศ NGL (Neo Green Life) และยึดสถานที่นั้นเป็นรัง นางพญาเริ่มกินมนุษย์เข้าไปซึ่งทำให้สืบเชื้อสายระหว่างมดกับมนุษย์ทำให้มีความสามารถในการใช้เน็นได้ ซึ่ง นางพญาคิเมร่าแอนท์ ตั้งใจจะให้กำเนิดราชาที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
ก่อนการให้กำเนิด ราชาคิเมร่าแอ๊นท์ นางพญาได้ให้กำเนิดมดแต่ละรุ่นซึ่งบางรุ่นจะใช้เน็นได้ หลังจากนั้นจึงเริ่มให้กำเนิดองค์รักษ์ซึ่งแข็งแกร่งมากถึง 3 ตน นั่นคือ เนเฟลปีโต้, ชาวอาปูฟู และ มอนโทโทยูปี โดยที่ ไคท์ ถูกสังหารโดย เนเฟลปีโต้ ในระหว่างเข้าไปสอดแนมพร้อมกับ กอร์น และ คิรัวร์ ซึ่งได้ถูกเอ็นของ ปีโต้ ที่มีลักษณะเป็นหนวดปลาหมึกรัศมีถึง 2 กิโลเมตรโดยบังเอิญ และ กอร์น ที่จะตั้งใจสู้แลกชีวิตก็ถูก คิรัวร์ ทุบจนสลบก่อนจะหลบหนีออกมาเจอประธาน เนเทโร่ ที่ชายแดน NGL
ฝ่ายสมาชิกสมาคมฮันเตอร์นำโดย เนเทโร่ ได้รวบรวมมือสังหารภายในสมาคมรวมทั้ง กอร์น และ คิรัวร์ ที่ฝึกฝนเน็นเพิ่มเติมจาก บิสเก็ต ตั้งเป็นทีมปราบปรามคิเมร่าแอ๊นท์ขึ้น แต่ไม่ทันเวลาที่นางพญาจะกำเนิดราชา ซึ่งนางพญาตั้งชื่อว่า "เมลเอม" แปลว่าแสงที่จะส่องให้ทุกสิ่งสว่างไสว โดยราชาเมื่อกำเนิดมาก็มีความสามารถทางสติปัญญาในระดับสูงและมีความสามารถในการใช้เน็นแบบมนุษย์ ก็ได้สังหารนางพญาและตัดสินใจจะเป็นราชาของโลก
หลังจากนั้นกลุ่ม ราชา และองค์รักษ์ได้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐกอลโต้ตะวันออก โดยยึดพระราชวังของผู้นำคนก่อนเพื่อใช้เป็นฐานบัญชาการเพื่อครองโลก ก่อนที่จะบังคับให้ประชาชนกว่า 5 ล้านคน เข้าคัดเลือกผู้ใช้เน็นซึ่งจะทำให้ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก ขณะนั้นเอง ราชา กลับสงสัยว่าตัวเองนั้นมีชื่อว่าอะไรแล้วเกิดมาบนโลกนี้ทำไม
และที่นี่เอง ราชาผู้ไร้นาม ก็ได้พบกับสาวน้อยตาบอดผู้หนึ่งที่ชื่อ โคมุกิ จ้าวแห่งกุนหงิ ซึ่งเป็นหมากกระดานที่ก่อกำเนิดจากชาวกอลโต้ ราชา นั้นใช้เล่นเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอคัดเลือกผู้ใช้เน็นเสร็จ โดยที่ ราชา ที่มีสติปัญญาสูงส่งเล่นเท่าไหร่ก็ไม่สามารถชนะได้แม้แต่ครั้งเดียว แต่ระหว่างนั้นเอง ราชา ก็มีความรู้สึกแปลกๆกับ โคมุกิ
หน่วยปราบปรามคิเมร่าแอ๊นท์แยกเป็น 2 กลุ่ม คือหน่วยของกลุ่ม กอร์น นำโดย โมราอุ ที่บุกจากภายในพระราชวังโดยซ่อนตัวด้วยความสามารถไฮด์แอนด์ซีคของ โนว์ สมาชิกคนหนึ่งของทีมปราบปรามและกลุ่มของ เนเทโร่ ที่บุกมาจากท้องฟ้า ทีมปราบปรามคิเมร่าแอ๊นท์สู้กับ ยูปี และ กอร์น กับ คิรัวร์ ได้แยกออกมาเจอ ปีโต้ ซึ่งกำลังรักษา โคมุกิ ตามคำสั่งของราชาซึ่งบาดเจ็บสาหัสจากความสามารถดราก้อนไดรฟ์ของ เซโน่ ปู่ของ คิรัวร์ ที่ เนเทโร่ เชิญมาร่วมสู้ด้วย ซึ่งระหว่างนั้นเอง กอร์น กับ คิรัวร์ ก็มีปากเสียงกันเกิดขึ้นก่อนที่ กอร์น จะยอมปล่อยให้ ปีโต้ รักษา โคมุกิ ต่อไปโดย ปีโต้ ให้สัญญาว่าจะรักษา ไคท์ ให้เหมือนเดิม และหลังจากแยกราชาจากองค์รักษ์ได้แล้ว คิรัวร์ ก็ตัดสินใจแยกตัวออกมาจาก กอร์น เพื่อมาช่วยทีมปราบปรามสู้กับ ยูปี และ เนเทโร่ เจอกับ ราชา ภายนอกพระราชวัง ที่นี่เอง คิรัวร์ ได้แสดงความสามารถใหม่ "กันมุล" เป็นครั้งแรก แต่สู้ระดับพลังของ ยูปี ไม่ได้ก่อนที่ทีมปราบปรามจะพ่ายแพ้ไป
ด้วยความสามารถของ ราชา ที่แข็งแกร่งสุดหยั่งคาดทำให้ประธาน เนเทโร่ ได้เสียชิวิต ก่อนตาย เนเทโร่ ได้บอกว่าราชานั้นชื่อ เมลเอม หลังจากนั้นก็ได้ใช้ระเบิดนาปาล์มพิษกุหลาบแพร่พิษโดนราชาและองค์รักษ์ทั้งสองคน แต่ ราชาเมลเอม ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาโดยร่างกายเสียหายไปบางส่วน ซึ่งองค์รักษ์อีกสองคน คือ ปูฟ และ ยูปี เสนอร่างกายให้ราชากินเพื่อรักษาบาดแผล แต่หลังจากนั้น ราชาเมลเอม กลับจำความก่อนหน้านี้ไม่ได้ และพบกับความผิดปกติของตนเองว่าจะเสียชีวิตจากพิษในไม่ช้า
ฝ่าย กอร์น นั้นซึ่งได้สูญเสีย ไคท์ ไปในการสู้กับ เนเฟลปีโต้ ครั้งก่อนเสียใจมากที่ ปีโต้ กลับคำไม่รักษาให้และบอกว่าคนตายไม่สามารถชุบชีวิตให้คืนมาได้อีกซ้ำยังจะสังหาร กอร์น อีกด้วย ทำให้ กอร์น โกรธมากแล้วได้เปลี่ยนแปลงร่างกายของตนเองจากเด็กไปเป็นผู้ใหญ่ โดยใช้สัตย์สาบานทำให้ใช้ความสามารถเน็นในระดับสูงสุดในสายเสริมพลังจากอนาคตตัวเองมาใช้ ทำให้ กอร์น ใช้ "หมัดเป่ายิ้งฉุบ" สังหาร ปีโต้ เพื่อแก้แค้นให้ ไคท์ ได้สำเร็จ คิรัวร์ ได้มาเจอ กอร์น อีกครั้งซึ่งเขาตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ กอร์น เป็นอย่างมาก จังหวะนั้นเอง คิรัวร์ ก็ช่วย กอร์น จากการจู่โจมของ ปีโต้ ที่กลายเป็นซากศพไปแล้วซึ่งใช้ความสามารถสายพิเศษควบคุมร่างกายตัวเอง แต่ กอร์น ต้องสูญเสียแขนขวาไปข้างหนึ่ง หลังจากนั้น กอร์น ก็ระเบิดออร่าเข้าใส่ซากศพของ ปีโต้ จนแหลกละเอียดแล้วเขาก็สิ้นสติไป และ คิรัวร์ แบกมารักษาที่โรงพยาบาลของสมาคมฮันเตอร์
หลังจากติดพิษกุหลาบของ เนเทโร่ ยูปี และ ปูฟ ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา และ ราชาเมลเอม เองก็ได้พบกับคิเมร่าแอ๊นท์ตัวหนึ่งที่ชื่อ เวลฟีน มันได้บอกว่าก่อนที่ราชาจะความจำเสื่อมพระองค์ได้อยู่กับสาวน้อยผู้หนึ่ง ทำให้ราชาที่จำความเลาๆก่อนหน้านี้ว่าเล่นกุนหงิกับใครคนหนึ่งซึ่งยังไม่เคยเอาชนะได้จำความได้ทั้งหมด ราชาเมลเอม จึงได้มาพบ โคมุกิ อีกครั้งหลังจากหน่วยปราบปรามเอาตัวมาซ่อนที่โกดังแห่งหนึ่งระหว่างบุกเข้ามาในพระราชวัง โดยที่ โคมุกิ ถูกรักษาจาก ปีโต้ จนอาการบาดเจ็บหายทุเลาเรียบร้อยแล้ว และราชาที่เคยตั้งคำถามที่ว่าตัวเองนั้นเกิดมาทำไมก็ได้รับคำตอบแล้วว่า ตัวเองนั้นเกิดมาเพื่อรัก โคมุกิ และเพื่อเล่นกุนหงิกับสาวน้อยตาบอดผู้นี้ตลอดไป โคมุกิ เองก็ทราบถึงความรู้สึกที่ ราชาเมลเอม มีให้ ก็เกิดความรู้สึกรักราชาเช่นเดียวกัน หลังจากนั้น ราชาเมลเอม ที่เป็นสุดยอดสิ่งมีชีวิตบนโลกก็ได้เสียชีวิตในอ้อมกอดของเธอในวาระสุดท้ายอย่างเรียบง่ายนั่นเอง
คอลต์ ฝ่ายคิเมร่าแอ๊นท์ที่รอดชีวิตได้เก็บลูกคนสุดท้ายของนางพญามดไปและพบว่าเขาไม่ใช่น้องสาวที่ชื่อเรนะ แต่กลับไปเป็นไคท์แทน

ประธานคนใหม่และชีวิตกอร์น

หลังจากกลับมาจากการสังหาร คิเมร่าแอ๊นท์ เนโทโร่ ประธานฮันเตอร์ ได้บันทึกคำกล่าวการเลือกตั้งประธานคนใหม่ ซึ่งการเลือกตั้งใช้วิธีการลงคะแนนเสียงของฮันเตอร์ทั่วโลก ทางฝ่ายกอร์นนั้นได้รับรู้ความจริงว่า นางพญามดได้กินไคท์ไปส่วนหนึ่งและได้รวมเข้ากับหนู มด และมนุษย์เป็นเด็กผู้หญิงที่มีความทรงจำว่าตนคือ ไคท์
ชีวิตกอร์นจะเป็นอย่างไร? ประธานฮันเตอร์คนใหม่จะเป็นใคร?... โปรดติดตามกันต่อไป

ตัวละคร

ชื่อตัวละคร แสดงตามชื่อภาษาญี่ปุ่นตามด้วยโรมันจิ และชื่อภาษาอังกฤษ

ตัวละครหลัก

กอร์น ฟรีคส์ (ญี่ปุ่น
ゴン=フリークス Gon Furikusu ทับศัพท์จาก Gon Freecss ?)
เด็กหนุ่มจากเกาะปลาวาฬ พ่อของเขาคือหนึ่งในฮันเตอร์อันดับหนึ่งของโลกที่ชื่อจิน ฟรีคส์ ซึ่งได้ออกเดินทางไปทั่วโลกตั้งแต่กอร์นยังเล็ก ทิ้งเขาไว้ในการดูแลของน้าสาวที่ชื่อมิโตะ กอร์นนั้นอยากจะเป็นฮันเตอร์ที่เก่งกาจเพื่อตามหาพ่อของตนให้ได้ เป็นเด็กที่ตรงไปตรงมา คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง มีผมชี้ตั้งสีดำ และใส่เสื้อสีเขียวเด่นเป็นเอกลักษณ์ ได้คิรัวร์เป็นทั้งเพื่อน สมอง และผู้ช่วยเหลือเวลากอนส์ตกที่นั่งลำบาก
เน็นสายเสริมพลัง ท่าไม้ตาย หมัดจางจาง(เป่า ยิ้ง ฉุบ) ค้อนเป็นสายเสริมพลัง กรรไกรเป็นสายเปลี่ยนแปลง กระดาษเป็นสายแผ่พุ่ง กอร์นได้เคยใช้สัตย์สาบานเพื่อให้ตัวเองแก้แค้นให้ไคท์ ที่ถูกฆ่าโดยมดองครักษ์ปิโต้ โดยแลกกับพรสวรรค์ทั้งหมดที่ตัวเองมี ทำให้ตัวเองเติบโตจากเด็กกลายเป็นผู้ใหญ่อย่างรวดเร็วและออร่าจำนวนมหาศาลในการโค่นล้มปิโต้ จนตัวเองเกือบต้องตาย แต่ในท้ายสุดก็ได้คิรัวช่วยเหลือ เกิด 5 พฤษภาคม
คิรัวร์ โซลดิ๊กส์ (ญี่ปุ่น
キルア=ゾルディック Kirua Zorudikku ทับศัพท์จาก Killua Zoldyck ?)
เกิด 7 กรกฎาคม เด็กหนุ่มในตระกูลนักฆ่าที่มีชื่อเสียงเรื่องการลอบสังหาร ถูกเลี้ยงดูมาอย่างนักฆ่าตั้งแต่เล็กแต่ขี้เล่นกับกอร์น ฝีมือในการลอบสังหารนั้นถือว่าอัจฉริยะ แต่คิรัวร์ไม่ต้องการจะเป็นนักฆ่า เขาอยากใช้ชีวิตในแบบของตนที่ไม่ต้องคอยหลบซ่อน จึงเข้าสมัครสอบฮันเตอร์และได้พบกับกอร์นจนเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่นั้น คิรัวสอบตกในการสอบฮันเตอร์ในการสอบครั้งที่ 1 เนื่องจากฆ่าผู้สมัครสอบในรอบสุดท้าย แต่ในปีถัดมาได้มาได้สอบอีกครั้งโดยการทำให้ผู้เข้าสอบทั้งหมดสลบในการสอบเพียงรอบแรกเท่านั้น คิรัวมีเน็นสายเปลี่ยนแปลง ความสามารถแปลงออร่าให้เป็นกระแสไฟฟ้าได้ แต่ต้องชาร์ตไฟฟ้าอยู่เสมอ(อาจเป็นเงื่อนไขความสามารถแม้คิรัวจะเปลี่ยนออร่าให้เป็นไฟฟ้าได้ก็ตาม) คิรัวใช้ไฟฟ้าควบคุมกล้ามเนื้อโดยตรงให้ทำงานเองไม่ต้องผ่านสมองก่อน ทำให้คิรัวมีความเร็วดุดสายฟ้า นอกจากนี้ยังมีความสามารถคือการควักหัวใจคู่ต่อสู้ได้ภายในชั่วพริบตา แม้ตนจะบอกว่ายังไม่เก่งเท่าพ่อที่สามารถล้วงหัวใจสดๆได้โดยที่เลือดไม่ออกสักหยดเลยก็ตาม ,ท่าเท้ามายาที่ทำให้เห็นคิรัวเป็นหลายคน, มีโยโย่สั่งทำพิเศษ2อัน ใช้โจมตีระยะไกลได้
คิรัวร์มีผมสีขาวเหมือนพ่อและปู่ส่วนพี่น้องคนอื่นผมสีดำหมด แต่งตัวด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงขาสั้น เป็นตัวละครที่มีความนิยมคู่คี่เบียดกันมากับคุราปิก้า คิรัวร์เป็นเด็กที่บางครั้งก็โหดเหี้ยมด้วยนิสัยนักฆ่าที่ติดตัวมา แต่บางครั้งก็เป็นเหมือนเด็กทั่วไป รักเพื่อน รักพี่น้อง รักพ่อแม่ ทุ่มเทได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิตของตัวเอง แต่ก็สามารถละทิ้งหรือสั่งฆ่าครอบครัวได้โดยไม่ลังเลเช่นกันซึ่งเป็นเรื่องปกติมากสำหรับตระกูลโซลดิคส์(แต่ครอบครัวมีกฏห้ามลงมือกันเอง) คิรัวถูกอิรูมิฝังเข็มไว้ที่หัวตั้งแต่เด็กเพื่อให้ลืมเรื่องน้องที่ชื่อ อารูกะ และ บังคับให้คิรัวหนีเมื่อเจอศัตรูที่เก่งกว่าตัวเองแต่คิรัวเอาเข็มออกได้เองในภาคมด ในภาคเกมกรีดไอร์แลนด์ เขาเคยมีสภาพมือยับเยินเนื่องจากต้องแบกรับพลังมหาศาลที่กอร์นปล่อยออกมาเพื่อเอาชนะเกมปาบอลสุดโหดหิน
คุราปิก้า (ญี่ปุ่น
Kurapika Kuruta ทับศัพท์จาก Curarpikt Curta ?)
เกิดวันที่ 4 เดือนเมษายน เป็นหนึ่งในชนเผ่าคูลท์ที่เหลือรอดจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในครั้งหนึ่ง เผ่าคูลท์นั้นเป็นเผ่าที่มีลักษณะพิเศษคือเมื่อโกรธดวงตาจะเปล่งประกายเป็นสีแดงสดหรือที่รู้จักกันในนาม "เนตรสีเพลิง" ที่มีความสวยงามเหมือนเปลวเพลิงกำลังเริงรำ เป็นที่ต้องการของนักสะสมมาก เผ่าคูลท์ถูกฆ่าก็เนื่องด้วยเหตุนี้ คุราปิก้าต้องการจะแก้แค้นให้พวกพ้องในเผ่าที่ถูกควักดวงตาไป โดยพวกที่ควักลูกตาของเผ่าคูลท์ คือ "กองโจรเงามายา" หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "แมงมุม" จึงมาสอบฮันเตอร์เพื่อจะไปแก้แค้นและค้นหาข่าวสาร คุราปิกก้ามีบุคลิกที่ดูไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชายกันแน่ เป็นคนเอาจริงเอาจัง ฝีมือด้านการต่อสู้ก็เป็นเลิศ และยังมีไหวพริบสติปัญญาเฉียบคมอีกด้วย เน็นสายแปรสภาพ และสายพิเศษ (เมื่อตาเปลี่ยนเป็นสีแดง สามารถใช้ความสามารถเน็นทุกสายที่ฝึกมาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เรียกว่า "ห้วงเวลาจักรพรรดิ")และได้ทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับลูกสาว ของหัวหน้าแก๊งนอสทราดเพื่อค้นหาเนตรสีเพลิง และแก้แค้นให้เพื่อนๆ
ความสามารถโซ่เส้นต่างๆ ของคุราปิก้า
1.นิ้วโป้ง - โฮลี่เชน มีความสามารถในการรักษาของสายเสริมพลัง
2.นิ้วชี้ - ไม่ได้ระบุความสามารถไว้
3.นิ้วกลาง - เชนเจล มีความสามารถที่ใช้ในการพันธนาการพวกเงามายา ซึ่งไม่สามารถใช้กับผู้อื่นนอกจากพวกเงามายาได้ ถ้าฝืนกฎคุราปิก้าจะเสียชีวิตจากลิ่มที่ปักอยู่ที่หัวใจตัวเอง
4.นิ้วนาง - โดว์ซิงเชน มีความสามารถในการใช้ตรวจหาสิ่งต่างๆ เช่น ที่อยู่ ,ผู้กระทำผิด,จับโกหก,ค้นหา,เปิดกุญแจ ซึ่งคุราปิก้าใช้โซ่เส้นนี้ในการปัดลูกกระสุนที่พุ่งเข้ามาหาได้
5.นิ้วก้อย - จัดเมนท์เชน มีความสารถในการ ฝังลิ่มไว้ที่หัวใจ เพื่อให้รักษาสัญญา หรือ พูดและทำตามที่คุราสั่ง เมื่อทำผิดสัญญาโซ่จะรัดหัวใจตาย อุโบกิ้น หรือ ปาคูโนด้า ตายจากโซ่เส้นนี้
เลโอลีโอ (ญี่ปุ่น
レオリオ Reorio ทับศัพท์จาก Leorio ?)
เกิด 3 มีนาคม เมื่อเพื่อนสนิทของเขาตายลงเนื่องจากโรคร้าย และค่ารักษาพยาบาลก็แพงจนไม่มีปัญญาจ่าย ทำให้เลโอลีโอคิดจะสอบเป็นหมอเพื่อช่วยเหลือคนจนที่ไม่มีเงินรักษา แต่แม้กระทั่งการสอบหมอก็ยังต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เขาจึงตัดสินใจสอบฮันเตอร์เพื่อหาเงินค่าเล่าเรียน มองภายนอกเลโอลีโอเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่แท้จริงกลับเป็นชายหนุ่มผู้โอบอ้อมอารีเป็นที่สุด แม้ฝีมือด้านการต่อสู้จะไม่มากนัก แต่ก็มีความรู้เรื่องต่างๆดีเยี่ยม คอยเป็นที่ปรึกษาให้กลุ่มเสมอ ตอนแรกคิรัวร์คิดว่าเลโอลีเอมีเน็นสายเสริมพลัง แต่แท้จริงแล้วเป็นสายแผ่พุ่ง
ฮิโซกะ (ญี่ปุ่น
ヒソカ Hisoka ทับศัพท์จาก Hyskoa ?)
มายากรลึกลับผู้มีฝีมือก็ร้ายกาจ เกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน ได้พบกับกอร์นตั้งแต่ครั้งสอบฮันเตอร์ เมื่อเห็นว่ายังมีอนาคตอีกไกลก็เลยปล่อยไว้โดยไม่ฆ่าทิ้ง และหวังว่าจะได้ประลองกันในอนาคต มีความสามารถในการใช้บันจี้กัมและเท็กซ์เจอร์พิศดารเป็นอาวุธ กอร์นและคิรัวสู้เขาไม่ได้เนื่องจากระดับต่างกันเกินไป ในภาคเกมกรีดไอร์แลนด์ เขาร่วมมือกับกอร์นและคิรัวร์เพื่อเอาชนะในเกมปาบอลสุดโหด ในเกมสุดท้าย กอร์นเป็นฝ่ายรับเบื้องหน้า คิรัวร์ที่สภาพมือยับเยินเอาหลังยันไว้ข้างหลัง ฮิโซกะหันหน้าเข้าหาคิรัวร์และกางแขนโอบไว้ ทั้งสามคนปล่อยเน็นออกมาเต็มกำลังเพื่อรับลูกบอลที่มีพลังทำลายสูงจนขยี้หินได้ ดั่งที่ว่า "กอร์นรับ คิรัวร์ค้ำยัน ฮิโซกะโอบอุ้ม" เป็นวิธีการรับลูกที่มีความแรงสูงได้ดีที่สุด ซึ่งพวกเขาก็สามารถรับได้และชนะเกมไป
ชื่อของฮิโซกะ (hyskoa) ตามภาษามันจิหมายถึง ความลับ เน็นสายเปลี่ยนแปลง ความสามารถ บันจี้กัมที่เปลี่ยนอาร่าให้มีคุณสมบัติเหนียวและยืดหยุ่นเหมือนหมากฝรั่ง และเท็กซ์เจอร์พิศดารที่เปลี่ยนผิววัตถุบางๆให้เป็นข้อความหรือสิ่งอื่นๆที่ฮิโซกะต้องการ เช่น ผิวหนัง เป็นต้น ฮิโซกะได้ฆ่าฮันเตอร์หลายร้อยคนในการคัดเลือกประธานคนใหม่แม้จะทำเพราะอิรูมิขอ แต่ก็ทำเพื่อความสนุกของตัวเองด้วย

ตัวละครอื่นๆ

จิน ฟรีคส์
พ่อของกอร์น เป็นฮันเตอร์ที่มีฝีมือเน็นติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก แต่ปัจจุบันเดินทางไปที่ใดนั้นไม่มีใครทราบ ทิ้งเบาะแสให้กอร์นไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น(ปัจจุบันถือครองตำแหน่งฮันเตอร์12นักษัตร ปีสุกร ซึ่งเขาปฏิเสธจะไปพบลูกชายซึ่งก้ำกึ่งระหว่างความเป็นตายด้วยเหตุผลง่ายๆว่า "กอร์นเคยเรียกให้พ่อมารึเปล่า?")
มิโตะ
น้าสาวของกอร์น เคยสนิทกันมากกับจินสมัยเด็กๆ ไม่อยากให้กอร์นต้องเสี่ยงอันตรายเหมือนพ่อของเขาจึงพยายามรั้งไว้ แต่ก็มิอาจขวางความมุ่งมั่นของหลานชายได้
วิงคส์
อาจารย์สอนวิชาเน็น กอร์นและคิรัวร์ได้พบเมื่อเข้าประลองในหอคอยกลางหาว จึงขอสมัครเป็นลูกศิษย์ให้สอนวิชาให้เคยเป็นลูกศิษย์บิสเก็ต ครูเกอร์ ใช้เน็นสายเสริมพลัง ด้านสัมพันธ์จิตใจ
ไคท์
เป็นเหมือนลูกศิษย์ของจิน เป็นฮันเตอร์ที่ค้นหาสัตว์ชนิดใหม่ๆที่ไม่เคยมีใครค้นพบ ฝีมือในการต่อสู้สูง คอยสอนเรื่องต่างๆให้กอร์น ความสามารถสายแปรสภาพ โดยสุ่มอาวุธตามหมายเลข 0-9 เมื่อออกมาแล้วไม่ใช้ก็จะไม่หายไป ถูกปิโต้ 1 ในองครักษ์มดฆ่าตายถูกนำสมองไปให้ราชินีมดกินและควบคุมไว้คอยฝึกมดทหาร สนิทกับกอร์นมาก และเป็นที่นับถือของกอร์นอย่างสูง ต่อมาได้เกิดใหม่ในร่างมดที่เป็นน้องของราชาเมลเอม
คุโรโร่ ลูซิเฟอร์ (ญี่ปุ่น
クロロ=ルシルフル Quoll/Kuroro Lucifer ทับศัพท์จาก Quwrof Wrlccywrlir ?)
หัวหน้าของกลุ่มโจรเงามายา กลุ่มโจรซึ่งแย่งชิงดวงตาของเพื่อนร่วมเผ่าคูลท์ของคุราปิก้าไป เป็นคนเยือกเย็นและไหวพริบสติปัญญาดีเทียบเท่าคุราปิก้า อีกทั้งฝีมือด้านการต่อสู้และโจรกรรมก็เป็นเลิศ เขาขโมยได้แม้กระทั่งความสามารถของคู่ต่อสู้ (ชื่อของ คุโรโร หรือ ควอลล์ เป็นชื่อสัตว์กินเนื้อชนิดหนึ่ง)...เน็นสายพิเศษ
บิสเก็ต ครูเกอร์
นักล่าอัญมณี ฮันเตอร์ที่มีฝีมือเก่งกาจ เป็นอาจารย์ของวิงคส์อีกทีหนึ่ง ได้เจอกับพวกกอร์นในเกม GI ก็ถูกใจและยอมรับเป็นอาจารย์สอนวิชาเน็นขั้นสูงให้ (สาวน้อยอายุ 57 ปี) มีความสามารถในสายเปลี่ยนแปลง ปกติอยู่ในร่างเด็ก แต่เมื่อต่อสู้สามารถขยายร่างเป็นผู้ใหญ่ได้
ประธานเนเทโล่ (Chairman Netero)
ประธานของสมาคมฮันเตอร์ มีอายุเกิน 100 ปี บุคลิกภายนอกเป็น ตาแก่ลามก ชอบแกล้งคนอื่น แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นคนชอบการต่อสู้กับคนที่เก่ง ปรากฏตัวครั้งแรกในการสอบครั้งที่287 ในภาคคิเมร่าแอ๊นท์รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมบุกประกบต่อสู้กับราชา และยังโดนรองประธานกดดันให้รับผิดชอบ ด้วยการลาออกในกรณีที่ผลการทำงานออกมาสูญเสียอย่างหนัก เสียชิวิตจากการต่อสู้กับราชามดเมลเอม เนื่องจากฆ่าตัวตายทำให้ระเบิดกุหลาบที่ตัวเองฝังไว้กับตัวระเบิดเพื่อฆ่าราชามดเมลเอม ทำให้ราชามดเมลเอมตระหนัก ว่าแม้มดคิเมร่าแอ๊นท์จะเป็นสุดยอดของสิ่งมีชีวิตแต่ก็ไม่สู้ความชั่วร้ายของมนุษย์อยู่ดี ความสามารถเน็น สายเสริมพลัง เทพคันนนร้อยวิถี(เฮียวคุชิกิคันนน) มีท่ารุ่นแรงที่สุดคือ วิถีที่ศูนย์
ราชามดเมลเอม
"เมลเอม" แปลว่า แสงสว่างที่ส่องไปทุกที่ เกิดจากราชินีคิเมร่าแอ๊นกินสิ่งมีชีวิตแล้วกำเนิดสุดยอดสิ่งมีชีวิตขึ้นมา ชอบทำอะไรตามใจตัวเองและไม่พอใจกับคนที่ขัดใจตัวเองมาก แรกคลอดก็ฆ่าแม่ของตัวเองเพื่อหารังใหม่กับองครักษ์ 3 ตนของตัวเองทันที ในตอนแรกราชามดเมลเอมไม่มีชื่อของตัวเอง มีสัญชาตญาณฆ่าและต้องการกินของหายาก(คนที่มีความสามารถเน็น) และต้องการปกครองโลกและฆ่ามนุษย์ให้หมดไป โดยได้ไปยึดครองประเทศกอลโต้ตะวันออก ภายหลังได้เจอหญิงสาวมนุษย์ชื่อ โคมุหงิ มาเล่นกุนงิฆ่าเวลา แต่ราชามดไม่เคยเอาชนะได้เลยซักครั้ง จนเกิดความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดขึ้น เมื่อการเริ่มบุกวังเกิดขึ้น ราชามดได้ถูกย้ายที่ไปสู้กับประธานเนเทโล่ และได้ถูกระเบิดกุหลาบของประธานเนเทโล่จนเกือบตาย และเสียความทรงจำชั่วขณะ แต่ก็ได้รู้ชื่อของตัวเองว่า “เมลเอม” เมื่อได้องครักษ์มาช่วยก็รอดตายจากระเบิด แต่ท้ายที่สุดเนื่องจากพิษจากระเบิดที่แพร่ไปทั่วทั้งร่างกายทำให้รู้ตัวเองว่าต้องตาย จึงได้ไปหาโคมุหงิและเล่นกุนหงิกระดานสุดท้ายกับเธอ และได้เสียชีวิตท่ามกลางอ้อมแขนของโคมุหงิในท้ายที่สุด

เน็น

ดูบทความหลักที่ เน็น
เน็น เป็นความสามารถพิเศษอยู่ภายในร่างกายของมนุษย์ทุกคน เน็นคือพลังงานชีวิตที่สามารถแสดงออกมาได้ มีลักษณะคล้ายออร่า โดยปกติแล้วจะอยู่ภายในร่างกาย เมื่อได้รับการฝึกฝน เพื่อเปิดช่องพลังให้ออร่าไหลออกมา ซึ่งการที่ออร่าไหลออกมาก็เท่ากับพลังชีวิตถูกใช้ไปด้วย จึงจำเป็นต้องฝึกเท็น เพื่อควบคุมออร่าให้ไหลเวียนรอบๆร่างกาย เพื่อที่จะสามารถนำออร่ามาใช้งานในรูปแบบต่างๆได้ ซึ่งออร่าที่นำออกมาใช้นี้เรียกว่า 'เน็น' และผู้ที่นำออร่าในร่างกายตนมาใช้งานได้อย่างอิสระจะถูกเรียกว่า 'ผู้ใช้เน็น.... เน็นแบ่งเป็น 6 สายตามชนิดของออร่าคือ เสริมพลัง เปลี่ยนแปลง แผ่พุ่ง ควบคุม แปรสภาพ และสายพิเศษ(สายที่ไม่เข้าพวกอีก5สาย)

ฮัตสึ

ญี่ปุ่น ฮัตสึ ? การแสดงเน็นและเอ็น การแบ่งสายความสามารถ เกิดจากแต่ละคนมีบุคลิกลักษณะนิสัย สภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูความชอบและความเกลียดที่แตกต่างกันไป คุณสมบัติของออร่าจึงแตกต่างกันไปด้วย
ฮัตสึเป็นพื้นฐานการใช้ออร่าตามสายให้แสดงเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลออกมา เพราะรูปแบบที่ต่างกันไปในแต่ละคนจึงเรียกว่าเป็นการออกท่าเฉพาะตัวรึไม้ตายเลยก็ได้
โดยคุณสมบัติของออร่าซึ่งการทดสอบว่าตนเองอยู่สายไหนนั้น จะทำได้โดยการหาน้ำเปล่ามาใส่แก้วให้เต็ม และวางใบไม้หรือกระดาษให้ลอยบนน้ำ จากนั้นก็เอามือป้องแก้วน้ำและผนึกออร่าลงไปเพื่อสังเกตผลที่ได้นั้น จะแบ่งกว้างๆออกเป็น6สายดังนี้

สายเสริมพลัง

ญี่ปุ่น強化 เคียวกะ / Reinforcement ? เสริมพลังร่างกายหรือสิ่งของทำให้เคลื่อนไหวได้รุนแรง,ทรงพลังและแข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติดั้งเดิมของออร่า(พลังชีวิต)เต็มเปี่ยม ฟื้นฟูรักษาร่างกายได้รวดเร็ว เป็นสายที่รูปแบบไม้ตายเรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุดใน6สาย และนับว่าเป็นสายที่มีพลังรุกรับสูง เหมาะกับการสู้ตัวต่อตัวมากที่สุด
  • บุคคลที่อยู่สายเสริมพลัง เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ ปริมาณของน้ำในแก้วจะเพิ่มขึ้น
  • ตามความคิดเห็นของฮิโซกะ สายเสริมพลัง มีนิสัย เถรตรง ซื้อบื้อ

สายเปลี่ยนแปลง

ญี่ปุ่น変化 เฮ็นกะ / Tranformation ?
เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติดั้งเดิมของออร่า(พลังชีวิต) ให้เป็นคุณสมบัติอื่นๆ เช่นเหนียวหนืด,ความร้อน,ความเย็น,รูปรสกลิ่นสี เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นรูปทรงให้เป็นรูปต่างๆได้สะดวกและใช้ออร่าจับต้องกระทบกับสิ่งอื่นได้ด้วย เป็นสายที่รูปแบบเริ่มตื่นตาขึ้นแลกกับพลังที่ลดลง แต่ก็ยังเหมาะแก่การสู้แบบตัวต่อตัวอยู่
  • บุคคลที่อยู่สายเปลี่ยนแปลง เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ รสชาติของน้ำจะเปลี่ยนแปลงไป
  • ตามความคิดเห็นของฮิโซกะ สายเปลี่ยนแปลง มีนิสัย โลเล ขี้โกหก

สายแผ่พุ่ง

ญี่ปุ่น放出 โฮชูสึ / Emission ? ยามปกติเมื่อปล่อยออร่าหลุดออกจากร่างกาย ออร่านั้นๆจะขาดแหล่งพลังและค่อยๆสลายตัวไปในที่สุด สายแผ่พุ่งเป็นสายที่ลดข้อเสียด้านนี้ลงไปและสามารถปล่อยออร่าออกห่างจากตัวได้นานและไกลขึ้นเป็นสายที่เหมาะแก่การต่อสู้ระยะกลางที่ควบคุมระยะได้ ทั้งยังได้เปรียบเรื่องปริมาณของออร่าด้วย มีความทรงพลังที่ใกล้เคียงสายเสริมพลังแต่ก็สามารถสร้างรูปแบบที่หลากหลายได้มากขึ้น เช่น ใช้ควบคู่กับสายแปรสภาพสร้างหุ่นเน็น หรือใช้สายแผ่พุ่งโดยตรง สร้างเป็นกระสุนเน็น(เหมาะแก่การเป็นสไนเปอร์นะเนี่ย)
  • บุคคลที่อยู่สายแผ่พุ่ง เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ สีของน้ำจะเปลี่ยนไป
  • ตามความคิดเห็นของฮิโซกะ สายแผ่พุ่ง มีนิสัย ใจร้อน มักง่าย(แต่แฟรงคลิน หนึ่งในกองโจรเงามายาที่มีออร่าสายแผ่พุ่งนี้กลับเป็นคนสุขุมเยือกเย็นอย่างมาก?)

สายควบคุม

ญี่ปุ่น操作 โซสะ / Manipulation ? แฝงออร่าไว้ในวัตถุหรือบุคคลเพื่อควบคุมสิ่งนั้นๆได้ตามใจชอบ การควบคุมจะมีทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบออกคำสั่ง รวมถึงในรูปแบบชักใยร่างกาย รึบงการจิตใจ แตกต่างกันไปตามแต่จะถนัด ใช้ควบคุมได้ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต เป็นสายที่พลังรุกรับตกลงไปมากจนแทบจะน้อยที่สุดในทุกสายจึงไม่เหมาะในการสู้แบบเผชิญหน้า แต่หากวางแผนและเข้าควบคุมอีกฝ่ายได้ก็จะสามารถเอาชนะได้ทันทีไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเก่งขนาดไหนก็ตาม
  • บุคคลที่อยู่สายควบคุม เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ ใบไม้หรือกระดาษที่ลอยอยู่จะขยับ
  • ตามความคิดเห็นของฮิโซกะ สายควบคุม มีนิสัย เจ้าหลักการ ทำอะไรตามใจตัวเองไม่สนคนอื่น

สายแปรสภาพ

ญี่ปุ่น具現化 กูเก็นกะ / Materialization ?แปรสภาพออร่าให้กลายเป็นวัตถุสิ่งของจริงๆที่คนปกติสามารถจับต้องได้และแปรสภาพกลับคืนเป็นออร่าได้ มักจะแฝงออร่าของตนเองไปในวัตถุนั้นเพื่อสร้างเป็นอาวุธหรือเครื่องอำนวยความสะดวกที่มีความสามารถพิเศษแฝงอยู่ได้ เป็นสายที่พลังรุกรับตกลงไปมาก ไม่เหมาะในการสู้แบบเผชิญหน้า แต่ก็มีรูปแบบที่หวือหวาและความสามารถแฝงที่เอาไว้ใช้ประโยชน์ได้
  • บุคคลที่อยู่สายแปรสภาพ เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ จะมีสิ่งแปลกปลอมเจือปนในน้ำ
  • ตามความคิดเห็นของฮิโซกะ สายแปรสภาพ มีนิสัย หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์

สายพิเศษ

ญี่ปุ่น特質 โทคูชิตสึ / Specialization ?เป็นสายที่ไม่มีลักษณะเหมือนสายใดสายนึงข้างต้น มีรูปแบบเฉพาะตัวค่อนข้างสูง มีบางปัจจัยที่ทำให้สายอื่นก็เปลี่ยนมาเป็นสายพิเศษได้เหมือนกัน โดยเฉพาะสายควบคุมหรือแปรสภาพ แต่ก็มีโอกาสไม่สูงนัก เพราะเป็นสายที่ไม่มีรูปแบบตายตัว จึงมีลักษณะการใช้ต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคลมากกว่า บางทีก็เหมาะแก่การต่อสู้ แต่บางทีก็ไม่(เช่น ความสามารถพยากรณ์ของ เนออน นอสทราด)
  • บุคคลที่อยู่สายพิเศษ เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ ผลที่เกิดขึ้นจะแตกต่างออกไปจากทั้ง 5 สายข้างต้น เท่าที่ทราบกรณีของเนเฟลปีโต้ ใบไม้ที่ลอยอยู่จะฉีกขาดกระจายเป็นเสี่ยงๆ
  • ตามความคิดเห็นของฮิโซกะ สายพิเศษ มีนิสัย ทำอะไรสไตล์เฉพาะตัว มีพลังในการโน้มน้าวคนอื่นได้

รายละเอียดตัวละครตามฮัตสึ

กอร์น  
สายเสริมพลัง
คิรัวร์  
สายเปลี่ยนแปลง
คุราปิก้า  
สายแปรสภาพ
เลโอลีโอ  
สายเสริมพลัง
ซิลเวอร์ โซลดิ๊ก  
สายเปลี่ยนแปลง(ยังไม่มีการยืนยัน)
คิเคียว โซลดิ๊ก  
สายควบคุม(ยังไม่มีการยืนยัน)
เซโน่ โซลดิ๊ก  
สายเปลี่ยนแปลง(ยังไม่มีการยืนยัน)
มาฮา โซลดิ๊ก  
สายเสริมพลัง(ยังไม่มีการยืนยัน)
อิรูมิ โซลดิ๊ก  
สายควบคุม
มิรูคิ โซลดิ๊ก  
สายควบคุม(ยังไม่มีการยืนยัน)
อารูคะ โซลดิ๊ก  
เท่าที่วิเคราะห์จากความสามารถในการสนองตอบคำขอของผู้อื่นได้ น่าจะเป็นสายพิเศษ
คาลูโตะ โซลดิ๊ก  
สายควบคุม(ยังไม่มีการยืนยัน)
คุโรโร่ ลูซิเฟอร์  
สายพิเศษ
ปาคูโนด้า  
สายพิเศษ
อูโบกิน  
สายเสริมพลัง
โนบุนากะ  
สายเสริมพลัง
ฟิ๊งส์  
สายเสริมพลัง
เฟย์ตัน  
สายเปลี่ยนแปลง
มาจิ  
สายแปรสภาพ
ฮิโซกะ  
สายเปลี่ยนแปลง
แฟรงกิ้น  
สายแผ่พุ่ง
ชาร์แน็ค  
สายควบคุม
ชิซึคุ  
สายแปรสภาพ
กอลโทปี้  
สายแปรสภาพ
โบโนเรนอฟ  
ยังไม่แน่ใจระหว่างสายเปลี่ยนแปลง กับสายแผ่พุ่ง(ความสามารถแบทเทิ่ลคานทาบิเล่ต์ เปลี่ยนเมโลดี้ที่สร้างขึ้นจากรูในร่างกายเป็นพลังต่อสู้ น่ากลัวมากเพราะพลังจะไปถึงคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วเสียง)
บิสเก็ต  
สายแปรสภาพ
ฮิโซกะ  
สายเปลี่ยนแปลง
เทสเกเลอร์  
ไม่ระบุ แต่น่าจะซ่อนไพ่ตายไว้
เรเซอร์  
สายแผ่พุ่ง
เกนทรู  
ไม่แน่ใจระหว่างสายแผ่พุ่งกับสายแปรสภาพ เพราะพลังระเบิดเป็นความสามารถของสายแผ่พุ่ง แต่การสร้างระเบิดเป็นพลังของสายแปรสภาพ
ไคท์  
สายแปรสภาพ มีบางคนบอกว่าเป็นสายพิเศษ
เนเทโร่  
สารเสริมพลัง
โมราอุ  
สายควบคุม
โนว์  
ไม่แน่ใจระหว่างสายแปรสภาพกับสายพิเศษ
นัคเกิ้ล  
(ยังไม่มีการยืนยัน) (คาดว่าน่าจะเป็นสายแผ่พุ่ง)
ปาล์ม  
สายเสริมพลัง
ชู๊ต  
สายควบคุม
ปีโต้ สายพิเศษ(ที่มาจากสายควบคุม)
ลาม็อต  
สายเสริมพลัง
ราชินี  
(ยังไม่มีการยืนยัน)
เนเทโร่  
สายเสริมพลัง
นัคเกิ้ล  
สายแผ่พุ่ง
ปาล์ม  
สายเสริมพลัง *มีบอกเพิ่มว่าความสามารถคืออะไร จากอันก่อนที่ไม่บอก
เมลเลี่ยน  
สายพิเศษ
อิการูโก้ สายควบคุม
ราชา  
ไม่สามารถระบุได้
ปีโต้  
สายพิเศษ
ยูปี  
สายเสริมพลัง
ปูฟ  
สายควบคุม
เวลฟีน  
สายแปรสภาพ
โคมุกิ  
ไม่มี
ไจโร่  
เป็นปริศนา
ข้อมูลพวกนี้ไม่มีการยืนยันจากทาง ค่ายกาตูน หรือ ทางผู้เขียนนะครับ เป็น ข้อมูลที่ผู้อ่าน วิเคราะเองล้วนๆ และส่วนมากก็ไม่มีบอกไว้ในเรื่อง

เอ็น

เทคนิคขั้นสูงของ "เร็น" ใช้การแผ่ขยายออร่าที่คลุมร่างของตนเองให้เป็นรัศมีกว้างออกไปมากกว่าปกติ ทำให้สามารถรับรู้สิ่งที่เข้ามาในขอบเขตของ"เอ็น" ได้ ยิ่งเอ็นแผ่ขยายไปมากก็ยิ่งรับรู้ได้กว้างขึ้น แต่ต้องอาศัยการฝึกขั้นสูง โดยปกติผู้ที่ทำได้ก็จะใช้แค่ในระยะจู่โจมของตนเท่านั้น แต่ถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญอาจใช้"เอ็น"ที่มีรัศมีได้ร่วมร้อยเมตรทีเดียว

ภาพยนตร์แอนิเมชัน

ปี 2542-2543

การขึ้นสู่จอแก้วเป็นครั้งแรกของ ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ นั้นได้ Rurouni Kenshin เป็นผู้กำกับและออกอากาศทั้งหมด 62 ตอน ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2543 ส่วนอีก 30 ตอนนั้นออกมาให้ชมทาง DVD 13 แผ่น เป็น OVA วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2543 ถึง 19 กันยายน พ.ศ. 2544 รวมเป็น 92 ตอน

ปี 2554

เมือเดือนกรกฎาคม 2554 ได้มีการประกาศสร้างอะนิเมะฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ใหม่ โดยเริ่มเนื้อเรื่องใหม่ตั้งแต่ต้นตามต้นฉบับหนังสือการ์ตูน กำกับโดย Hiroshi Kōjina จาก Madhouse เขียนบทโดย Jun Maekawa และออกแบบตัวละครโดย Takahiro Yoshimatsu ออกอากาศทาง Nippon Television เริ่มฉายวันแรก 2 ตุลาคม 2554
ลำดับชื่อตอนออกอากาศเมื่อ
01"การเดินทาง x และ x เพื่อน" In English, Journey x And x Friends
(タビダチ×ト×ナカマタチ) 
2 ตุลาคม 2554
02"หนึ่งในการทดสอบ x จาก x การทดสอบ" In English, Test x of x Tests
(シケン×ノ×シケン) 
9 ตุลาคม 2554
03"การแข่งขัน x เพื่อ x ความอยู่รอด" In English, Rivals x for x Survival
(ライバル×ガ×サバイバル) 
16 ตุลาคม 2554
04"ความหวัง x และ x ความทะเยอทะยาน" In English, Hope x And x Ambition
(キボウ×ト×ヤボウ) 
23 ตุลาคม 2554
05"ฮิโซกะ x มี x เลศนัย" In English, Hisoka x Is x Sneaky
(ヒソカ×ハ×ヒソカ) 
30 ตุลาคม 2554
06"ภารกิจ x ที่ x ไม่คาดฝัน" In English, A x Surprising x Challenge
(イガイ×ナ×カダイ) 
6 พฤศจิกายน 2554

ส่วนเกี่ยวข้อง

  • ชื่อเรื่อง อ่านว่า "ฮันเตอร์ ฮันเตอร์" แทนที่ "ฮันเตอร์ เอ็กซ์ ฮันเตอร์" ซึ่งผู้วาดได้ไอเดียจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ ตำรวจมักจะพูดคำซ้ำสองคำ
  • ฮิโซกะมักจะมีอารมณ์ทางเพศสูงขึ้นเมื่อเห็นคนที่มีพลังเน็นสูง ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
  • คัลโต้ น้องของคิรัวร์ เป็นเพศชาย ถึงแม้ว่าจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงตลอดเวลา โดยปรากฏใน หนังสือแนะนำของฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ ว่า ครอบครัวโซลดิกมีลูกชาย 5 คน
  • เพศของคุราปิก้า เป็นเพศชาย แต่ผู้พากย์เสียงญี่ปุ่นเป็นผู้หญิง (kaida yuki ผู้พากย์มักพากย์ตัวละครที่มีลักษณะ "ผู้ชายหน้าหวาน" เช่น ฟูจิ ชูสึเกะ จาก The prince of tennis) หลักฐานที่ระบุเพศของ คุราปิก้าได้ดีที่สุดคือ ปกการ์ตูนเรื่อง ฮันเตอร์ X ฮันเตอร์ เล่ม 14 จะพบว่าคุราปิก้าไม่ใส่เสื้อ และเป็นเพศชาย
  • คุราปิก้าใส่ตุ้มหูทั้ง 2 ข้าง แต่มักปรากฏให้เห็นเพียงข้างเดียว โดยเฉพาะในอะนิเมะเวอร์ชันแรกที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
  • ในหนังสือแนะนำตัวละครของเรื่อง ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อ มิถุนายน พ.ศ. 2547 ได้มีชื่ออย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษของตัวละครแต่ละตัวเขียนโดยผู้วาด ซึ่งชื่อแต่ละคนค่อนข้างประหลาด นักแปลหนังสือการ์ตูนหลายประเทศได้คงชื่อเดิมตามต้นฉบับเดิมไว้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ตัวอย่างของชื่อตัวละครเช่น
    • คุราปิก้า - Kurapika - Curarpikt
    • ฮิโซกะ - Hisoka – Hyskoa
    • อิรุมิ - Illumi - Yellmi
    • คุโรโร่ - Quoll/Kuroro Lucifer – Quwrof Wrlccywrlir
    • อุโบกิน - Ubogin – Wbererguin
    • ชิซึคุ - Shizuku – Chzzok
    • ปาคุโนด้า - Pakunoda – Phalcnothdk
  • ในช่วงกลางเนื้อเรื่อง ตอนกรีดไอแลนด์ ลายเส้นของการ์ตูนได้ถูกวาดเหมือนภาพร่าง ทำให้มีการวิจารณ์กันอย่างสูง โดยในขณะนั้นผู้วาดมีอาการป่วยอย่างหนัก
ผู้เขียนเขียนกับภรรยา(ซึ่งปัจจุบันได้หย่าร้างกันไปแล้ว) (โดยภรรยาของผู้เขียนนั้นเป็นคนวาดการ์ตูนเซเลอร์มูนด้วย) เพียงสองคนโดยไม่มีลูกมือจึงทำให้งานออกมาช้าและบางทีต้องหยุดนานเนื่องจากสุขภาพของผู้เขียนไม่ค่อยจะดีนัก
  • ชื่อของพี่น้องตระกูลโซลดิ๊กส์ทั้ง 5 คน มีการเล่นกับตัวอักษรบางประการ
    • อิรุมิ (Illumi อิ-ลุ-มิ)
    • มิลกี้ (Miluki มิ-ลุ-คิ)
    • คิรัวร์ (Killua คิ-ลุ-อะ)
    • อารุกะ (Alluka อะ-ลุ-คะ)
    • คัลโต้ (Kalluto คะ-ลุ-โตะ)
สังเกตว่าชื่อของทุกคนจะเป็นการนำเสียงท้ายสุดของผู้ที่อาวุโสมากกว่า มาบวกกับเสียงเริ่มต้นของชื่อผู้อาวุโสน้อยกว่า แล้วคั่นกลางด้วยเสียง Lu

เน็น เป็นความสามารถพิเศษของตัวละครในการ์ตูนเรื่อง ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ เป็นการนำพลังงานชีวิตจากร่างกายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ โดยสามารถเห็นพลังงานนี้ในรูปแบบคล้ายออร่า ซึ่งเน็นของแต่ละคนจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ตามแต่ลักษณะนิสัย ความชอบ ทัศนคติ งานอดิเรก ฯลฯ ของคนผู้นั้น ทำให้เน็นมีรูปแบบและพลังที่แปลกประหลาดแตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วอาจแบ่งประเภทของเน็นได้เป็น 6 ชนิดดังนี้
1. เน็นสายเสริมพลัง (reinforcement) - เป็นเน็นสายพื้นฐานที่สุดของทั้ง 6 สาย คุณสมบัติของเน็นสายนี้ จะเป็นการเสริมพละกำลัง พลังและความแข็งแกร่ง หรือเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกาย/อาวุธหรืออุปกรณ์ได้ แม้จะบอกว่าเป็นสายพื้นฐาน แต่ก็เป็นเน็นสายที่มีความสมดุลที่สุด ลักษณะการใช้เน็นสายเสริมพลัง เช่น ผนึกเน็นลงในหมัดเพื่อเพิ่มพลังการต่อย หรือผนึกเน็นไว้ทั่วร่างกายเพื่อป้องกันการโจมตี เป็นต้น
2. เน็นสายแผ่พุ่ง (emision) - ปกติแล้วเมื่อออร่าออกห่างจากร่างกายก็จะจางและมีพลังลดลง แต่เน็นสายนี้จะทำให้ออร่าที่ออกห่างจากตัวยังคงประสิทธิภาพอยู่ได้ ผู้ใช้เน็นสายนี้มักจะมีปริมาณออร่าที่สูงมาก เนื่องจากรูปแบบการใช้เน็นที่ต้องปล่อยออร่าออกจากตัวนั่นเอง ลักษณะการใช้งานเน็นสายแผ่พุ่ง เช่น การปล่อยออร่าออกไปเหมือนกับกระสุนปืน หรือสร้างออร่าในรูปของคนเพื่อช่วยในการต่อสู้
3. เน็นสายแปรสภาพ (materialization) - ผู้ใช้เน็นสายนี้สามารถเปลี่ยนออร่าของตนเองให้กลายเป็นวัตถุได้ ข้อดีของเน็นสายนี้คือสามารถสร้างอะไรก็ได้ตามแต่เจ้าของจะจินตนาการถึง ผู้ใช้จึงมักจะเพิ่มความสามารถพิเศษต่างๆ ลงในวัตถุที่สร้างขึ้น เช่น สร้างผ้าคลุมที่สามารถห่ออะไรก็ได้ หรือดาบที่สามารถยืดออกได้ตามใจชอบ ลักษณะการใช้เน็นสายแปรสภาพ เช่น การสร้างอาวุธที่มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อเสริมกับทักษะการใช้อาวุธนั้นๆ
4. เน็นสายควบคุม (manipulation) - เน็นสายนี้มีความสามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุต่างๆได้ โดยใช้เน็นห่อหุ้มหรือแทรกลงในสิ่งที่ต้องการควบคุม เน็นสายนี้จึงเป็นเน็นสายที่มีพลังโจมตีน้อยที่สุด เนื่องจากเน้นไปที่การควบคุมซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงมาก ผู้ใช้เน็นสายนี้จึงมักจะวางแผนเพื่อควบคุมศัตรูแทนการเข้าต่อสู้แบบประชิดตัว เช่น การซุ่มโจมตีหรือควบคุมจากระยะไกล เป็นต้น ลักษณะการใช้งานเน็นสายควบคุม เช่น การควบคุมสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของต่างๆให้โจมตีศัตรู หรือใช้ควบคุมร่างกายของคู่ต่อสู้โดยตรง
5. เน็นสายเปลี่ยนแปลง (transformation) - เน็นสายนี้มีความคล้ายคลึงกับเน็นสายแปรสภาพ แตกต่างที่เน็นสายแปรสภาพจะเปลี่ยนออร่าเป็นวัตถุ แต่เน็นสายเปลี่ยนแปลงจะเปลี่ยนคุณสมบัติทางกายภาพของออร่าแทน ทำให้ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เช่นการเปลี่ยนออร่าให้อยู่ในรูปความร้อน ความยืดหยุ่น ไฟฟ้า ความเย็น ความเหนียว เป็นต้น
6. เน็นสายพิเศษ (specialization) - เน็นสายนี้หมายถึงผู้ที่มีคุณสมบัติของออร่าต่างออกไปจากเน็น 5 สายที่กล่าวมา โดยมากแล้วมักจะเป็นผู้ที่ถูกเลี้ยงดูหรือมีสภาพร่างกาย-จิตใจที่แตกต่างไปจากสภาวะปกติ ซึ่งมีผู้ใช้เน็นสายนี้จำนวนเล็กน้อยเท่านั้น แต่มักจะเป็นที่ต้องการตัว เพราะความสามารถพิเศษบางอย่างมีประโยชน์มาก เช่น การอ่านใจคนได้เพียงแค่สัมผัสถูกตัว การทำนายอนาคตอย่างแม่นยำ หรือแม้แต่การขจัดเน็นของบุคคลอื่น
นิสัยผู้ใช้เน็น(ตามการคาดการณ์ของฮิโซกะ)
- สายเสริมพลัง : ซื้อบื้อ เถรตรง
- สายเปลี่ยนแปลง : โลเล ขี้โกหก
- สายควบคุม : เจ้าหลักการทำอะไรที่ใจต้องการไม่สนคนอื่น
- สายแปรสภาพ : หงุดหงิดง่ายเจ้าอารมณ์
- สายแผ่พุ่ง : ใจร้อน ทำอะไรลวก ๆ
- สายพิเศษ : ทำอะไรสไตล์คนเดียวมีพลังโน้มน้าวใจคนอื่นได้

[แก้]เทคนิคการใช้เน็นเพื่อการต่อสู้

4 มหาวิถี เป็นการใช้เน็น 4 รูปแบบ ที่เป็นพื้นฐานของเทคนิคชั้นสูงอื่นๆต่อไป 4มหาวิถีประกอบไปด้วย
  1. เท็น (หยุด) การหยุดออร่าไว้ในร่างกาย ปกติออร่าจะออกจากร่างตลอดเหมือนสายน้ำ แต่หากสามารถหยุดไว้ได้ก็จะทำให้ร่างกายมีความแข็งแกร่งและมีการฟื้นฟูที่ดีกว่าปกติ เป็นขั้นตอนแรกที่ผู้ใช้เน็นทุกคนต้องฝึก
  2. เซ็ทสึ (สูญสิ้น) การดับพลังเน็นที่ออกมาให้สูญสิ้นไป ผู้ที่ใช้เน็นด้วยกันจะสามารถรับรู้ถึงออร่าของอีกฝ่ายได้ การใช้เซ็ทสึซ่อนออร่าของตัวเองจะมีประโยชน์ในด้านการพรางตัวจากเป้าหมาย
  3. เร็น (ปลดปล่อย) การปล่อยออร่าออกจากร่างกายมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีความแข็งแกร่งทนทานสูงมาก แต่ก็ต้องอาศัยสมาธิสูง ในการต่อสู้จำเป็นต้องรักษาระดับการใช้เร็นไว้เพื่อป้องกันตนเองจากการจู่โจมด้วยเร็นของคู่ต่อสู้
  4. ฮัทสึ (ไม้ตาย) การปรับเปลี่ยนนำออร่าของตนมาใช้ให้ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเมื่อตรงกับสายของตนเองแล้วจะทำให้ได้ท่าไม้ตายที่ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด หลักการของฮัทสึโดยรวมแล้วอาจอธิบายได้ดังนี้
  • มักจะเกิดจากเน็นมากกว่าหนึ่งสาย โดยนำเน็นสายใกล้เคียงมาผสมผสานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและคุณสมบัติตามต้องการ เช่นใช้สายเสริมพลังบวกกับสายแปรสภาพ ทำให้ได้วัตถุแปรสภาพที่มีพลังมากขึ้น
  • อยู่ในขอบเขตของความเข้าใจของมนุษย์ เช่น สามารถสร้างดาบที่คมมากๆได้ แต่ไม่สามารถสร้าง"ดาบที่ตัดทุกสิ่งในโลก" ได้ เนื่องจากเกินขอบเขตที่กฏของเน็นจะไปถึง เป็นต้น
  • ถึงกระนั้นก็ยังสามารถสร้างความสามารถที่มีพลังสูงได้โดยใช้สัตย์สาบาน นั่นคือการสร้างเงื่อนไขที่ผู้ใช้ต้องแบกรับความเสี่ยง เพื่อแลกกับพลังของเน็นที่สูงขึ้น เช่น คุราปิก้าไม่สามารถสร้าง "โซ่ที่ไม่มีวันขาด" ได้ แต่ด้วยสัตย์สาบาน "หากใช้ความสามารถนี้กับผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มโจรเงามายา ตนเองจะต้องตาย" ทำให้สร้างโซ่ที่มีพลังการรัดสูงมากจนผู้ถูกรัด (ซึ่งได้แก่โจรเงามายาเท่านั้น) ไม่อาจจะทำลายได้ง่ายๆ เป็นต้น

[แก้]เทคนิคขั้นสูงของการใช้เน็น

เทคนิคขั้นสูงของการใช้เน็น เป็นการนำ 4 มหาวิถีมาใช้ในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์มากในการต่อสู้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีเทคนิคการใช้เน็นขั้นสูงเช่นกัน
ชู (???) เป็นเทคนิคการนำ"เท็น"มาใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ถืออยู่ โดยการคิดว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกาย และแบ่งออร่าของตนไปครอบคลุมอุปกรณ์นั้น ทำให้สามารถใช้อุปกรณ์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อิน (พราง) เป็นเทคนิคขั้นสูงของ"เซ็ทสึ" สามารถพรางเน็นที่ปล่อยออกมาได้ 100% โดยยังคงผลของเน็นนั้นอยู่ พูดอีกอย่างก็คือการใช้ฮัทสึได้โดยศัตรูไม่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังนั้น ยกเว้นว่าจะใช้"เงียว"ในการดู ซึ่งก็ต้องใช้สมาธิเพิ่มขึ้นอีก
เงียว (ผนึก) เทคนิคขั้นสูงของ"เท็น" ใช้การรวมออร่าไว้ที่ดวงตา เพื่อเพ่งมองให้ได้ชัดเจนขึ้น การใช้เงียวจะสามารถมองเห็นออร่าของผู้ที่พรางไว้ด้วย "อิน" ได้ อย่างไรตาม"เซ็ทสึ"ที่เป็นการดับพลังออร่า ไม่ใช่การซ่อน จึงไม่สามารถใช้เงียวมองเห็นว่าผู้ใดกำลังใช้เซ็ทสึอยู่
เอ็น (รัศมี) เทคนิคขั้นสูงของ "เร็น" ใช้การแผ่ขยายออร่าที่คลุมร่างของตนเองให้เป็นรัศมีกว้างออกไปมากกว่าปกติ ทำให้สามารถรับรู้สิ่งที่เข้ามาในขอบเขตของ"เอ็น" ได้ ยิ่งเอ็นแผ่ขยายไปมากก็ยิ่งรับรู้ได้กว้างขึ้น แต่ต้องอาศัยการฝึกขั้นสูง โดยปกติผู้ที่ทำได้ก็จะใช้แค่ในระยะจู่โจมของตนเท่านั้น แต่ถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญอาจใช้"เอ็น"ที่มีรัศมีได้ร่วมร้อยเมตรทีเดียว
โค (รวม) เทคนิคการผสานการใช้ "เท็น" "เซ็ทสึ" "เร็น" "ฮึทสึ" และ "เงียว" เข้าด้วยกัน โดยการใช้"เท็น"และ"เร็น"ปล่อยออร่าออกมา จากนั้นรวมออร่าไปที่จุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย (เงียว) แล้วดับออร่าที่ยังเหลืออยู่ในส่วนอื่นของร่าง (เซ็ทสึ) ทำให้สามารถรวมออร่าไว้ได้เข้มข้นกว่าปกติ แล้วโจมตี (ฮัทสึ) ก็จะได้พลังการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เค็น (???) เทคนิคการผสาน"เท็น"และ"เร็น"เข้าด้วยกัน เป็นเสมือนกับการใช้"โค"คลุมทั้งร่าง เพื่อให้สามารถปกป้องร่างกายจากการถูกคู่ต่อสู้โจมตีด้วย"โค"ซึ่งมีอานุภาพรุนแรงเกินที่การคลุมออร่าด้วย"เร็น"จะรับได้ แม้"เค็น"จะมีพลังด้อยกว่าแต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกัน
เรียว (???) การ "เคลื่อนย้าย" ออร่าไปตามส่วนต่างๆของร่างกายตน เพื่อประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ทั้งรุกและรับ ตัวอย่างเช่น ในขณะที่รับการจู่โจม บริเวณลำตัวจะถูกคลุมไว้ด้วยออร่า 80% จากนั้นเมื่อโจมตี ก็ทำการเคลื่อนย้ายออร่าจากลำตัว 60% มาไว้ที่หมัด ทำให้เหลือออร่าอยู่บริเวณลำตัวเพียง 20% ผู้ที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ควรจะใช้"เรียว" ได้อย่างคล่องแคล่ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น